ในยุคที่ข้อมูลบนโลกออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้เงินสด โครงสร้างพื้นฐานที่มีผลต่อความสำเร็จเหล่านี้คือเหล่าเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังในการเก็บและแสดงข้อมูลที่สำคัญไว้ และเป็นรากฐานที่กำหนดความเร็ว ความปลอดภัย รวมถึงความน่าเชื่อถือบนเครือข่ายที่ธุรกิจในโลกออนไลน์กำลังเติบโตอยู่ นั่นทำให้การเลือกเซิร์ฟเวอร์ให้เหมาะสมกับงานของเรานั้นถือเป็นก้าวสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ทว่าหลายคนที่อาจยังขาดความรู้ในเรื่องนี้และยังไม่เคยศึกษาการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ชนิดต่างๆอาจเกิดความสับสนและรู้สึกยุ่งยากในการเลือกว่าแต่ละชนิดมีการทำงานและคุณสมบัติต่างกันยังไงโดยเฉพาะประเภทของเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นตัวเลือกหลักในการเก็บข้อมูลสำหรับบริษัทและองค์กรธุรกิจโดยส่วนใหญ่อย่าง ‘VPS’ และ ‘Dedicated Server’
ซึ่งหากจะตอบคำถามว่าตัวเลือกไหนเหมาะกับเรามากกว่า เราคงต้อง
เริ่มจากการทำความรู้จักกับเซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูลทั้งสองชนิดนี้ก่อนว่ามีความต่างกันยังไง
VPS คืออะไร?
VPS หรือ Virtual Private Server คือเซิร์ฟเวอร์จำลองบน Cloud ที่จะถูกสร้างและแบ่งใช้กันกับผู้ใช้งานรายอื่นบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์เครื่องหนึ่งโดยที่ผู้ใช้งานแต่ละรายจะได้สัดส่วนของ CPU, RAM และพื้นที่จัดเก็บที่แน่นอนเป็นของตัวเอง ในส่วนที่เราเข้าถึงได้นั้นเราก็ยังสามารถปรับแต่งระบบพื้นหลังและลงโปรแกรมที่ต้องการได้ตามปกติ สามารถขยายสเปคที่ต้องการใช้งานอย่าง CPU และ Ram ที่ต้องการใช้งานได้สะดวกรวดเร็วโดยไม่ต้องทำอะไรกับตัว Hardware จริงทำให้ไม่จำเป็นต้องมีช่วง Downtime สำหรับการพัก Server ขณะทำการอัปเกรดเซิร์ฟเวอร์อยู่
ทั้งนี้เซิร์ฟเวอร์ประเภท VPS ก็ยังมีข้อเสียเป็นการใช้พื้นที่ใน 1 เครื่องร่วมกับผู้ใช้งานรายอื่นอยู่ดี ทำให้ยังมีข้อจำกัดที่ต้องใช้ Bandwidth ร่วมกับผู้อื่นทำให้การส่งข้อมูลมีความล่าช้าในบางช่วงเวลา ในด้านการตั้งค่าสเปคของเซิร์ฟเวอร์จำลองเองก็ยังมีขีดจำกัดสูงสุดที่สเปคของเครื่องเซิร์ฟเวอร์จริงๆที่ตัว VPS กำลังใช้งานอยู่ อีกทั้งการแบ่งใช้งานยังหลากหลายในการใช้งานยังไม่เท่าการที่เราได้เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวเป็นของตัวเองหนึ่งเครื่องเต็มๆอีกด้วย
Dedicated Server คืออะไร?
Dedicated Server คือการเช่าเซิร์ฟเวอร์แบบเหมาทั้งเครื่องโดยไม่มีการแบ่งใช้พื้นที่และความเร็วการรับส่งกับใคร การเช่า Dedicated Server จะทำให้ผู้ใช้ได้รับสิทธิ์ในการใช้งานใน Server เครื่องหนึ่งแบบเต็มๆ เสมือนเป็นของส่วนตัวทำให้สามารถตั้งค่าได้เต็มที่ตั้งแต่ Hardware ไปจนถึง Bios ที่ใช้งาน อีกทั้งยังได้พื้นที่จัดเก็บและความเร็วในการรับส่งข้อมูลอย่างเต็มที่ตามสเปคที่เราเช่าหรือซื้อเอาไว้ทำให้การใช้งานมีความเสถียรอยู่ตลอดเวลาจากการใช้งานตัวเครื่องเซิร์ฟเวอร์จริงๆอย่างเต็มที่ รวมถึงสามารถแบ่งทรัพยากรในเครื่องไปใช้งานในแบบต่างๆได้โดยไม่มีข้อจำกัดจากงานเหมือน VPS
แต่ Dedicated Server ก็มีข้อเสียเรื่องค่าใช้จ่ายที่มากกว่าหากเทียบกับ VPS ในสเปคเท่ากัน เนื่องจากเป็นการเช่าเซิร์ฟเวอร์จริงๆทั้งเครื่อง และต้องการผู้เชี่ยวชาญในการดูแลจัดการ เพราะการใช้งาน Dedicated Server นั้นความรับผิดชอบในการตั้งค่าและการบริหารจัดการจะตกอยู่ในมือผู้ใช้ทั้งหมดซึ่งอาจส่งผลให้ต้องมีการจ้างทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการดูแล ค่าใช้จ่ายโดยรวมจึงอาจสูงขึ้นไปอีก และการขยายระบบเองก็อาจทำได้ยากเนื่องจากต้องมีช่วง Downtime สำหรับการพัก Server เพื่อซ่อมบำรุงและเปลี่ยน Hardware ซึ่งยุ่งยากกว่า VPS อย่างชัดเจน
แล้วสรุปอะไรดีกว่า?
สุดท้ายหากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า VPS และ Dedicated Server ต่างกันยังไงแล้ว
VPS เหมาะกับคนงบประมาณมีน้อยถึงปานกลางที่ต้องการเปิดเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวที่ไม่ต้องการความยุ่งยากในการบริหารจัดการและมีราคาย่อมเยาว์ เป็นการแบ่งใช้เครื่องเซิร์ฟเวอร์กับคนอื่นที่เปรียบได้เหมือนกับคอนโดมิเนียมที่เรามีห้องของตัวเอง เราอาจปรับปรุงห้องหรือเช่าห้องว่างเพิ่มได้รวมถึงจัดการแต่งห้องได้ตามใจชอบ แต่ไม่สามารถทุบทำผนังแบ่งห้องใหม่ได้ถ้าไม่จำเป็น และระบบก็ยังคงเป็นการแบ่งใช้กับคนอื่นอย่างจำกัดทำให้อาจเกิดความไม่สะดวกอยู่บ้าง
Dedicated Server เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้จะค่าใช้จ่ายสูงกว่าและยุ่งยากในการจัดการมากกว่า แต่ก็แลกมากับความหลากหลายและความเสถียรในการใช้ด้านต่างๆ เช่นการรับส่งข้อมูล การแบ่งใช้งานหลาย IP ตามใจชอบ เปรียบได้เหมือนกับการซื้อบ้านส่วนตัวของเราเองที่สามารถรื้อถอน ปรับปรุงและจัดการตรงไหนก็ได้ที่ต้องการ และใช้งานได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยโดยไม่โดนข้อจำกัดเหมือน VPS
ดังนั้นเมื่อเรารู้ถึงความแตกต่างแล้วหากจะตอบว่าตัวเลือกข้อไหนดีกว่ากัน ก็คงสุดแล้วแต่ว่าวิธีการใช้งานของเราคุ้มค่าที่จะจ่ายแบบใด



